<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://trt.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://trt.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดโยธานิมิต พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://trt.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/5763</link>
<guid isPermaLink="false">8fd43d58dbe39e03d40902d67284dbb7</guid>
<pubDate>Thu, 22 Apr 2021 16:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>วัดโยธานิมิต พระอารามหลวง หรือวัดโบสถ์</strong>&nbsp;เป็นวัดเก่าแก่มากวัดหนึ่ง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองตราดทางด้านตะวันตกของตัวเมืองตราด ไม่มีผู้ใดทราบประวัติความเป็นมาที่แน่ชัดว่าวัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยใด คงเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มารวบรวมกำลังที่จังหวัดตราดเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยานั้น ได้มารวบรวมกำลังอยู่บริเวณนี้ เมื่อมีเวลาก็ได้ขุดมูลดินไว้เพื่อที่จะสร้างวัดแต่ไม่มีเวลาพอ เพราะได้ยกทัพกลับไปจันทบุรีเสียก่อน เมื่อพระองค์กลับไปแล้ว พวกกรมการเมืองราษฎรได้นิมนต์พระมาประจำอยู่ติดต่อกันมาตามลำดับ อีกทั้งเคยเป็นสถานที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยามาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 ครั้งต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าให้เจ้าพระยาพระคลังกับเจ้าพระยาบดินทรเดชา ยกทัพไปปราบญวน ได้ยกทัพมาอยู่ที่จังหวัดตราด เมื่อมีโอกาสว่างจึงช่วยกันสร้างวัดนี้ขึ้นมาจนเป็นผลสำเร็จ แต่เมื่อตรวจสอบหลักฐานที่จะยืนยันคำบอกเหล่าดังกล่าวนี้ ก็ไม่ปรากฏข้อความเช่นนี้อยู่ในพระราชพงศาวดารตอนใดเลย ในพระราชพงศาวดารไม่เคยมีบันทึกไว้ว่าเจ้าพระยาพระคลังหรือเจ้าพระยาบดินทรเดชายกทัพมาพักอยู่จังหวัดตราดเลย คงปรากฏเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องอยู่ชัดเจนตอนเดียวคือ ตอนที่ให้พระอภัยพิพิธ พระราชวรินทร์ และพระเทพสงครามคุมทัพเมืองจันทบุรี เมืองตราด และเมืองระยอง กับพระยาโสรัชชะ ออกญาเสนาอันชิตเจ้าเมืองกำปอด ยกเข้าตีค่ายญวนเมื่อเดือน 4 แรม 14 ค่ำ (ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2384) เท่านั้น</p>

<p>ส่วนข้อความที่ระบุถึงพระยาบดินทรเดชาและเจ้าพระยาพระคลังดังกล่าวข้างต้นนี้ปรากฎชัดอยู่ในพระราชพงศาวดารว่า เมื่อเดือนอ้าย พ.ศ. 2377 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลังเป็นแม่กองออกไปสร้างวัดโยธานิมิต (วัดโบสถ์) ที่จังหวัดจันทบุรีพร้อมกับสร้างเมืองจันทบุรีขึ้นใหม่ ซึ่งถ้าพิจารณาหลักฐานดังกล่าวนี้แล้วจะเห็นว่า ชื่อวัดโยธานิมิตในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดต่างมีชื่อพ้องกันทุกประการ แม้แต่ชื่อที่ใช้เรียกกันทั่วๆ ไปคือ วัดโบสถ์ ก็มีเหมือนๆ กัน จึงเข้าใจว่าอาจจะเกิดความสับสนไขวัเขวกันขึ้นระหว่างวัดทั้งสองนี้และเข้าใจเอาว่าการสร้างวัดโยธานิมิตที่จังหวัดจันทบุรีเป็นการสร้างที่จังหวัดตราดก็ได้</p>

<p>ปัจจุบันสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด ได้ใช้อาคารพระปริยัติธรรมของวัดโยธานิมิต พระอารามหลวง (บริเวณด้านข้างศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) เป็นสถานที่ทำการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563&nbsp;จนถึงปัจจุบัน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trt.onab.go.th/th/file/get/file/2021042276486797b45ea9708fdad19f0d59044f161647.jpg' type='image/jpg' length='385036' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดคิรีวิหาร พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://trt.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/647</link>
<guid isPermaLink="false">a8b51e47589b844d7436e4fc0698047c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดคิรีวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญสังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ในตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด วัดคีรีวิหาร เดิมชื่อว่า วัดท่าเลื่อน หรือ วัดภูเขายวน ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2429 ต่อมาในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเมืองตราด ได้แต่งตั้งเจ้าอาวาสเป็นพระครูรัฐาภิมุกข์และเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดภูเขายวน เมื่อไทยได้เมืองตราดกลับคืนมา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงพระทานชื่อให้เลือก 3 ชื่อ คือ วัดคีรีเวสวิหาร วัดเวสคีรีวิการและวัดคิรีวิหาร จึงได้ใช้ชื่อ &quot;วัดคิรีวิหาร&quot; มาจนปัจจุบัน และเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2538สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน สภากาชาดไทย ประจำปี 2538 ณ วัดคิรีวิหาร และในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินมาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเจดีย์ วัดคิรีวิหาร ปัจจุบันมีพระโสภณธรรมธาดา เป็นเจ้าอาวาส</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trt.onab.go.th/th/file/get/file/2023060632232d4a32b0a3ead1d5ad11fa79eb4a152602.jpeg' type='image/jpg' length='1791913' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดบุปผาราม]]></title>
<link>https://trt.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/649</link>
<guid isPermaLink="false">0a7625fb6e505a656247b03c6aac49c2</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดบุปผาราม เดิมชื่อ วัดปลายคลอง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลวังกระแจะ&nbsp;อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดตราด ตามประวัติเล่าว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในยุคของพระเจ้าปราสาททอง ราวๆ พ.ศ. 2195 โดยในวันที่&nbsp;29 เมษายน 2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพิพิธภัณฑ์วัดบุปผาราม อีกทั้งเสนาสนะบางส่วนได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมศิลปากร&nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม ปัจจุบันมีพระครูสุวรรณสารวิบูล เป็นเจ้าอาวาส</p>

<p>&ldquo;วัดบุปผาราม&rdquo; เดิมเป็นวัดโบราณซึ่งสร้างมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ชื่อว่า&ldquo;วัดดอกไม้&rdquo;&nbsp;ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง ต่อมาเป็นวัดร้าง ในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์&nbsp;รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ท่านผู้หญิงจันทร์ ภรรยาเอกของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค)ซึ่งเป็นมารดาของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ได้ทำการปฏิสังขรณ์เนื่องจากเป็นวัดที่อยู่ใกล้บ้านของท่าน ต่อมาปลายสมัยรัชกาลที่ ๓ พ.ศ. ๒๓๙๑ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เมื่อครั้งยังเป็นจมื่นไวยวรนาถและเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) เมื่อครั้งยังเป็นจมื่นราชามาตย์ ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ ในกาiบูรณะปฏิสังขรณ์วัดครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ &nbsp;ทรงช่วยในการบูรณะปฏิสังขรณ์ด้วย แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า &ldquo;วัดบุปผาราม&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trt.onab.go.th/th/file/get/file/20230606464e7262220f862649726bf98edf3855150550.jpg' type='image/jpg' length='87457' />
</item>
</channel>
</rss>
