พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา "พระพรหมมุนี" ผช.เจ้าอาวาสวัดบวรฯ เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ฝ่ายธรรมยุต ขึ้นเป็น "สมเด็จพระวันรัต"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา "พระพรหมมุนี" ผช.เจ้าอาวาสวัดบวรฯ เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ฝ่ายธรรมยุต ขึ้นเป็น "สมเด็จพระวันรัต"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี มหาเถรสมาคม (มส.) จะมีการประกาศรายนามพระเถรานุเถระที่ทำคุณประโยชน์แก่ชาติและพระพุทธศาสนา ให้ได้รับการเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ โดยในปี 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 84 รูป แบ่งเป็นคณะสงฆ์ธรรมยุต 19 รูปและมหานิกาย 65 รูป มีตั้งแต่สมเด็จพระราชาคณะลงไปถึงพระราชาคณะชั้นสามัญ และได้มีการประกาศรายนามไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 24 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ฝ่ายธรรมยุต เพิ่มอีก 1 รูป คือ พระพรหมมุนี (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต ป.ธ.9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารและผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองธรรมสนามหลวง และผู้รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ขึ้นเป็น "สมเด็จพระวันรัต" 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะเพิ่ม สืบเนื่องจากสำนักราชเลขาธิการ ได้มีหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารคณะสงฆ์ธรรมยุต ว่า ตำแหน่งสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ฝ่ายธรรมยุต ซึ่งว่าง 2 ตำแหน่ง แต่คณะสงฆ์ธรรมยุตเสนอ พระสาสนโสภณ(อัมพร อมฺพโร ป.ธ.6) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ขึ้นมาเพียงรูปเดียว และได้รับการสถาปนาเป็น "สมเด็จพระมหามุนีวงศ์" ไปแล้ว ดังนั้นตำแหน่งที่ว่าง 1 ตำแหน่ง สมควรมีการเสนอเพิ่มเพื่อให้เต็มจำนวนสมเด็จพระราชาคณะ
สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) (นามเดิม: จุนท์ พราหมณ์พิทักษ์) เป็นพระสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต กรรมการมหาเถรสมาคม และแม่กองธรรมสนามหลวง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม
ในปี พ.ศ. 2552 พระพรหมมุนี จะได้รับพระราชทานสถาปนาเลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ เลื่อนให้พระพรหมมุนีเป็นที่สมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระวันรัต โดยการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะของพระพรหมมุนีในครั้งนี้ นับเป็นกรณีพิเศษนอกเหนือจากกรณีขั้นตอนปกติ เนื่องด้วยพระราชอัธยาศรัยและพระราชศรัทธาส่วนพระองค์
ประวัติ
เกิด 17 กันยายน พ.ศ. 2479
อุปสมบท 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2499
พรรษา 53
อายุ 73
วัด วัดบวรนิเวศวิหาร
จังหวัด กรุงเทพมหานคร
สังกัด ธรรมยุตินิกาย
วุฒิการศึกษา ป.ธ.9 น.ธ.เอก
มีนามเดิมว่า จุนท์ พราหมณ์พิทักษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2479 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด ณ บ้านเกาะเกตุ ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายจันทร์และนางเหล็ย พราหมณ์พิทักษ์ ท่านสำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด จากนั้น ได้เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2491 ณ วัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด โดยมี พระวินัยบัณฑิต เป็นพระอุปัชฌาย์ กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2499 ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายก (ม.ร.ว.ชื่น สุจิตโต) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยบัณฑิต (ถาวร ฐานุตตโร) วัดคิรีวิหาร จ.ตราด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิสุทธิธรรมภาณ (แจ่ม ธัมมสาโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังอุปสมบท ได้ศึกษาพระปริยัติธรรม จนสอบได้ประโยคเปรียญธรรม 9 ประโยค จากสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร
ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 พระพรหมมุนีได้ปฏิบัติหน้าที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งพระเสลี่ยงกลีบบัว (พระยานมาศพระนำ) และราชรถน้อย (รถพระนำ) อ่านพระอภิธรรมนำขบวนพระอิสริยยศ ในการเคลื่อนพระศพ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สู่พระเมรุ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
 ตำแหน่งงานปกครองคณะสงฆ์
ประกอบด้วย เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร, กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.), เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ (ธรรมยุต) เป็นพระอุปัชฌาย์, กรรมการสนามหลวง แผนกบาลี แม่กองธรรมสนามหลวง กรรมการฝ่ายศาสนศึกษา ของมหาเถรสมาคม ผู้อำนวยการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นกรรมการชำระพระไตรปิฎก ฉบับเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 60 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ, ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม และอื่นๆ อีกมากมาย
 ลำดับสมณศักดิ์
พ.ศ. 2517 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระอมรโมลี
พ.ศ. 2531 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชสุมนต์มุนี
พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพกวี
พ.ศ. 2541 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมกวี
พ.ศ. 2543 ได้รับพระราชทานสถาปนา สมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ที่ พระพรหมมุนี
พ.ศ. 2552 ได้รับพระราชทานสถาปนา สมณศักดิ์เป็น สมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ที่ สมเด็จพระวันรัต