วิสัยทัศน์
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด เป็นองค์กรหลักในการอุปถัมภ์ คุ้มครอง สนองงานคณะสงฆ์ และขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคง ยั่งยืน อยู่คู่กับสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และเสริมสร้างสังคมให้มีความสุขด้วยหลักพุทธธรรม
ผอ.พศ
พ.ต.ท.พงศ์พร  พราหมณ์เสน่ห์
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด
นายประเสริฐ  ลือชาธนานนท์
ผอ.พศ.จ.ตราด

นายศิริศักดิ์  ตาลบำรุง

สถิติผู้เข้าชมเว็ป
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้173
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้177
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้173
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว1098
mod_vvisit_counterเดือนนี้2114
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว4205
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด356909

ขณะนี้มีผู้ชม: 2
IP ของคุณ: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-10-14 22:45

การถวายอดิเรก

พระผู้เป็นต้นแบบแห่งการถวายอดิเรก                                          สมัยรัชกาลที่ 2
                พระอุดมปิฎก นามเดิม สอน นามฉายา พุทฺธสโร เป็นชาวจังหวัดพัทลุง ได้เข้ามาพักอาศัยอยู่ ณ วัดหนัง เขตบางขุนเทียน (ปัจจุบันเป็นเขตจอมทอง)

ได้มาศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมอยู่ที่วัดหงสาราม ปัจจุบันเป็นวัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพหมานคร ภายหลังได้ย้ายมาอยู่วัดหงสาราม และเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดหงสาราม รูปที่ 5 เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงรู้จักและคุ้นเคยเป็นอันดี ตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ครั้นขึ้นเสวยราชย์แล้ว ก็ทรงตั้งให้พระมหาสอน เป็นพระราชาคณะ มีราชทินนามว่า พระอุดมปิฎก และเป็นเจ้าอาวาสวัดหงสารามจนตลอดรัชกาล เมื่อสิ้นรัชกาลที่ 3 แล้ว รัชกาลที่ 4 ซึ่งยังผนวชอยู่ ก็ทรงลาสิกขาขึ้นเสวยราชสมบัติ พระอุดมปิฎก ก็ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหงสาราม กลับภูมิลำเนาเดิม                          

ท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎก รูปนี้มีประวัติที่ควรจารึกไว้ให้ปรากฏ คือ เมื่อรัชกาลที่ 4 ขึ้นเสวยราชสมบัติแล้ว ท่านกลัวว่าราชภัยจะมาถึงตน เพราะเคยมีปฏิกิริยาคัดค้านการทรงตั้งคณะธรรมยุติกนิกายอย่างแรงกล้า จึงรีบลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหงสาราม กลับไปอยู่ในภูมิลำเนาเดิม ครั้นถึงงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ทรงรับสั่งให้สืบหา พระอุดมปิฎกครั้งทรงทราบว่า ท่านจำพรรษาอยู่ ณ วัดสุนทราวาส (สนทรา) จ. พัทลุง จึงทรงรับสั่งให้อาราธนามาในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา โดยให้เป็นภาระหน้าที่ของคณะข้าราชการ กรมการจังหวัดเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง (โดยทางเรือ) ทุกประการ ท่านจึงเดินทางมาตามหมายกำหนดการ                         

ครั้นถึงวันพระราชพิธี พระอุดมปิฎก เข้านั่งประจำที่ เป็นองค์สุดท้ายปลายแถว ถึงเวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมโดยลำดับ นับตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราชลงมาจนถึงพระอุดมปิฎก ทรงโสมนัสยิ่งนัก ทรงทักทายด้วยความคุ้นเคย ตอนท้ายทรงรับว่า ท่านเดินทางมาแต่ไกล นานปีจึงจะได้พบกัน ขอจงให้พรโยมให้ชื่นใจเถิด เมื่อได้รับอนุญาตจากสมเด็จพระสังฆราชแล้ว ท่านเจ้าคุณก็ตั้งพัดยศขึ้นถวายพระพรด้วยปฏิภาณโวหารว่ากลอนสดเป็นภาษาบาลีว่า

อติเรกวสฺสสตํ     ชีว
อติเรกวสฺสสตํ     ชีว
อติเรกวสฺสสตํ     ชีว
ทีฆายุโก โหตุ อโรโค โหตุ
ทีฆายุโก โหตุ อโรโค โหตุ
สุขิโต โหตุ ปรมินฺทมหาราชา
สิทฺธิกิจฺจํ สิทฺธิกมฺมํ สิทฺธิลาโภ ชโย นิจฺจํ
ปรมินฺทมหาราชวรสฺส ภวตุ สพฺพทา

ขอถวายพระพร.                     
           เนื่องจากท่านไม่ได้เตรียมไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะต้องถวายพระพร จึงว่าติดเป็นระยะ ๆ วรรคแรกว่าซ้ำถึง 3 หน จึงว่าวรรคที่สองต่อไปได้ ว่าวรรคที่สองซ้ำถึง 2 หน จึงว่าวรรคที่สามต่อไปได้ และว่าไปได้ตลอดจนจบโดยมิได้ซ้ำอีกเลย                     

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสดับแล้วทรงโปรดพระพรบทนี้มาก จึงทรงรับสั่งให้ถือเป็นธรรมเนียม ให้พระสงฆ์ใช้พรบทนี้ถวายพระพรพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีทั้งปวงตราบเท่าทุกวันนี้โดยมิได้ตัดตอนแก้ไขแต่ประการใด แม้คำที่ท่านว่าซ้ำสองสามหน ก็รักษาไว้เหมือนเดิมเรียกว่า ถวายอดิเรก แต่ได้ทรงเพิ่มคำว่า ตุ ต่อท้ายคำว่า ชีว เป็น ชีวตุ สืบมาจนบัดนี้                      

โดยที่พระอุดมปิฎก ผู้เป็นต้นเหตุถวายพระพรบทนี้เป็นพระราชาคณะ ดังนั้นจึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบมาว่า พระผู้ที่จะถวายอดิเรกได้นั้น ต้องมีสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ธรรมเนียมนี้ได้รักษามาเป็นเวลาช้านาน  ตั้งแต่ พ.ศ. 2510 จนถึงปัจจุบันนี้ ทางการคณะสงฆ์ได้อนุญาตให้พระครูชั้นสัญญาบัตรชั้นเอกผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ซึ่งถือพัดยศเปลวเพลิงเป็นผู้ถวายอดิเรกได้โดยอนุโลม นับได้ว่าพระอุดมปิฎก เป็นต้นบัญญัติแห่งการถวายอดิเรกด้วยประการฉะนี้                       
          มีเรื่องเล่าเพิ่มเติมว่า เนื่องจากท่านมหาสอนเป็นคนรูปร่างเล็กผิวดำและเตี้ย แม้ท่านจะสนใจในการศึกษา แต่ก็หาโอกาสสอบไม่ได้ ด้วยในขณะนั้น ผู้ที่เข้าสอบเปรียญ นอกจากจะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถแล้ว คณะกรรมการจะต้องพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีรูปร่างสวยงามและมีนิสัยใจคอดีด้วย ถึงคราวคณะกรรมการประชุมสอบ พระสอนชอบไปช่วยเหลือด้วยการต้มน้ำร้อนชงชาถวายคณะกรรมการเป็นประจำ  วันหนึ่ง ขณะที่พระกรรมการกำลังประชุมสอบภิกษุรูปหนึ่งอยู่นั้น พระกรรมการรูปหนึ่งได้ออกจากที่ประชุมไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ได้ยินเสียงพระสอนพูดกับพระรูปอื่นๆ ในวงชาว่า “ประโยคนี้แปลไม่ได้อีกก็แย่แล้ว” พระกรรมการรูปนั้นได้ยินก็สนใจถึงถามว่า คุณแปลได้หรือ ? พระสอนตอบว่า ถึงแปลได้ก็ไม่มีคนรับรองให้แปล พระกรรมการรูปนั้นจึงรับรองว่าจะเป็นผู้รับรองส่งเข้าสอบ จึงเป็นอันว่าพระสอนได้มีโอกาสเข้าสอบในเวลาต่อมา และสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคดังกล่าวแล้ว เรื่องรูปร่างสวยไม่สวยจึงค่อยคลายลงโดยลำดับมา


Attachments:
Download this file (adirek.doc)adirek135 Kb

แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 02 กรกฏาคม 2009 เวลา 07:27)

 
สมเด็จพระสังฆราช
เจ้าคณะจังหวัดตราด (ม)
พระบุรเขตธรรมคณี
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฉบับประชาชน

แผนที่วัดในจังหวัดตราด
คู่มือการปฏิบัติงานฯ
เจ้าคณะจังหวัดตราด (ธ)
พระวิมลเมธาจารย์
บวชเฉลิมพระเกียรติฯ ๗๙ รูป
จัดซื้อจัดจ้าง
การเบิกจ่ายนิตยภัต
Hot line ร้องทุกข์


“ไม่ขี้โกง คนดีที่ไทยต้องการ”
"วัคซีนต้านทุจริต ปลุกจิตสำนึก คนไทยไม่โกง"
งบทดลองปีงบฯ

“ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง“
“รวมพลังคนไทยไม่โกง“
โครงการหมู่บ้านรักษาศึล ๕

ประวัติความเป็นมา >>คลิกที่นี่<<
ใบสมัครเข้าโครงการ>>
คลิกที่นี่<<

ประวัติวัดในจังหวัดตราด
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร