วิสัยทัศน์
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด เป็นองค์กรหลักในการอุปถัมภ์ คุ้มครอง สนองงานคณะสงฆ์ และขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคง ยั่งยืน อยู่คู่กับสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และเสริมสร้างสังคมให้มีความสุขด้วยหลักพุทธธรรม
ผอ.พศ
พ.ต.ท.พงศ์พร  พราหมณ์เสน่ห์
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด
นายประเสริฐ  ลือชาธนานนท์
ผอ.พศ.จ.ตราด

นายศิริศักดิ์  ตาลบำรุง

สถิติผู้เข้าชมเว็ป
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้130
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้158
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้949
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว936
mod_vvisit_counterเดือนนี้2809
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว4179
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด331772

ขณะนี้มีผู้ชม: 2
IP ของคุณ: 103.55.140.140
,
Now is: 2019-04-20 20:42

ประวัติสำนักพุทธ

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อังกฤษ: National Office of Buddhism) เป็นส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง ทบวงใด จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐโดยการทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์ คุ้มครองและส่งเสริมพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแล รักษา จัดการศาสนาสมบัติ พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งให้การสนับสนุนส่งเสริม พัฒนาบุคลากรทางศาสนา
ประวัติสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย ด้วยคนไทยส่วนใหญ่ได้เคารพนับถือพระพุทธศาสนาเป็นสรณะแห่งชีวิต สืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน นับแต่โบราณกาลจวบจนปัจจุบันที่ชาติไทยเรามีความมั่นคง ดำรงเอกราช มีอธิปไตยเป็นอิสระเสร ีอยู่ได้ตราบเท่าทุกวันนี้ ก็ด้วยคนในชาติยึดมั่นอยู่ในสามัคคีตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีอันดีงาม ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมสร้างสามัคคีธรรมระหว่งคนในชาติ ส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากพระพุทธศาสนา ดังนั้น หลักธรรมคำสั่งสอนทางศาสนาจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาและความมั่นคงของประเทศชาติ

 การบริหารกิจการพระศาสนานั้น เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ตามพุทธบัญญัติ แต่เนื่องจากอาณาจักรและศาสนจักร ต้องประสานกัน เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ รัฐบาลในฐานะผู้รับสนองพระราชภาระของพระมหากษัตริย์ จึงเข้าไปมีส่วนร่วม ในการดำเนินงานกิจการทางศาสนา ตามประวัติและพัฒนาการโดยลำดับ ดังนี้

 - สมัยกรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา มีราชบัณฑิต และ หมื่นราชสังฆการี รับมอบหมายภารกิจด้านการศาสนา
 - ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีหน่วยงานรับผิดชอบ ๓ หน่วยงานคือ กรมธรรมการ กรมสังฆการี และกรมราชบัณฑิต

 พ.ศ. ๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้ง กรมศึกษาธิการ ขึ้นดูแลโรงเรียนต่าง ๆ ในขณะนั้น

 พ.ศ. ๒๔๓๕ รวมกรมธรรมการ กรมสังฆการี กรมพยาบาล กรมพิพิธภัณฑ์สถาน และกรมศึกษาธิการ เป็นกระทรวงธรรมการ

 พ.ศ. ๒๔๔๑ “ ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง “ ให้ราษฎรมีความรับผิดชอบ และให้รู้จักการประกอบอาชีพ ในทางสุจริต โดยให้พระภิกษุสงฆ์เป็นผู้สั่งสอนอบรม (พ.ศ. ๒๔๔๒ กระทรวงมหาดไทย ได้โอนหน้าที่การอุดหนุนการศึกษา ให้กระทรวงธรรมการตามเดิม)

 พ.ศ. ๒๔๔๕ ประกาศใช้ “ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ ซึ่งมีบัญญัติให้พระสงฆ์ทุกระดับ มีหน้าที่บำรุงการศึกษาในวัดอีกด้วย

 พ.ศ. ๒๔๕๙ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้มีการปรับปรุงตำแหน่งหน้าที่ ในกระทรวงธรรมการ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยมีกองบัญชาการและแบ่งกรมใหญ่มีหัวหน้าเป็นอธิบดี ๒ กรม คือ กรมธรรมการ และ กรมศึกษาธิการ และใน ๒ กรมดังกล่าว ก็มีกรมเล็ก ๆ ซึ่งหัวหน้ามีตำแหน่งเป็นเจ้ากรมอยู่ในสังกัด คือ กรมสังฆการี กรมพระอาราม กองอธิกรณ์ ขึ้นอยู่กับกรมธรรมการ ส่วนกรมราชบัณฑิต กรมวิสามัญศึกษา กรมสามัญศึกษา ขึ้นกับกรมศึกษาธิการ

 พ.ศ. ๒๔๖๒ ได้มีการเปลี่ยนชื่อ กระทรวงธรรมการ เป็น กระทรวงศึกษาธิการ และโปรดให้ย้ายกรมธรรมการ ไปรวมอยู่ในพระราชสำนักตามประเพณีเดิม

 ซึ่งรวมกรมสังฆการีอยู่ด้วยกันไปสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการ ทั้งนี้ “โดยที่ทรงพระราชดำริว่า การศึกษาไม่ควรจะแยกจากวัด”

 พ.ศ. ๒๔๖๙ เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงธรรมการ อีกครั้งหนึ่ง และย้ายกรมธรรมการ ซึ่งรวมกรมสังฆการีอยู่ด้วยกัน ไปสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการ ทั้งนี้ “โดยที่ทรงพระราชดำริว่า การศึกษาไม่ควรจะแยกจากวัด”

 พ.ศ. ๒๔๗๔ มีการเปลี่ยนแปลงราชการในกระทรวงธรรมการและกรมสังฆการีเข้าด้วยเช่นเดิม กรมธรรมการยังคงสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการเรื่อยมา แม้ภายหลังสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง

 พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้มีประกาศพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เปลี่ยนชื่อ กระทรวงธรรมการ เป็น กระทรวงศึกษาธิการ และเปลี่ยนชื่อ กรมธรรมการ เป็น กรมการศาสนา

 พ.ศ. ๒๕๔๕ ในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๕ ได้มีการแบ่งส่วนราชการกรมการศาสนาเดิม ออกเป็น ๒ หน่วยงาน คือ กรมการศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ดังปรากฎอยู่


ในอดีตที่ผ่านมาการศาสนา และการศึกษา จะดำเนินควบคู่กันมาโดยตลอด ซึ่งในอดีตนั้นงานด้านการศาสนา จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ "กระทรวงธรรมการ" ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม จึงเปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการ เป็น "กระทรวงศึกษาธิการ" และมีการจัดตั้ง "กรมการศาสนา" ขึ้น

จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรมอีกครั้งหนึ่ง จึงมีการแบ่งส่วนราชการของกรมการศาสนาเดิม ออกเป็น ๒ ส่วน คือ กรมการศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แบ่งหน่วยงานภายในออกเป็น ๑๒ หน่วยงาน ได้แก่

กลุ่มงานขึ้นตรงต่อ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

    กลุ่มงานพัฒนาระบบบริหาร
    กลุ่มงานตรวจสอบภายใน
    กลุ่มป้องกันและปราบปรามการทุจริต
    กลุ่มคุ้มครองและส่งเสริมจริยธรรม

สำนัก/กอง
    สำนักงานเลขานุการกรม
    กองพุทธศาสนศึกษา
    กองพุทธศาสนสถาน
    สำนักงานพุทธมณฑล   
    สำนักงานศาสนสมบัติ
    สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม
    สถาบันพระสังฆาธิการ
    กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา

หน่วยงานส่วนภูมิภาค
    สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ๗๖ จังหวัด

พระบุรเขตธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดตราดเข้ารับรางวัล สำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นประจำจังหวัด ฯ

(11 มี.ค.57) พระบุรเขตธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดตราด  พร้อมด้วยทายกทายิกาวัดบางปรือเข้ารับรางวัลสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นประจำจังหวัด ณ วัดพิชยญาติการาม กรุงเทพฯ
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มอบเกียรติบัตรสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น และหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลดีเด่น ประจำปี 2556 เป็นต้นแบบส่งเสริมศีลธรรมสู่การปฏิบัติของประชาชนทั่วประเทศ

อ่านเพิ่มเติม...

 

จังหวัดตราดนำข้าราชการ ประชาชน เข้าวัดวันธรรมสวนะฯที่วัดเนินตากแดด ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่

จังหวัดตราดนำข้าราชการ ประชาชน เข้าวัดวันธรรมสวนะ ตามโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านพระพุทธศาสนาที่วัดเนินตากแดด  ตำบลหนองบอน  อำเภอบ่อไร่

อ่านเพิ่มเติม...

 

จังหวัดตราด จัดโครงการวิปัสสนากรรมฐาน “คนดีศรีแผ่นดินตราด”

(1 เม.ย. 56) นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดโครงการวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้เกิดปัญญาและสันติสุข “คนดีศรีแผ่นดินตราด” ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17 (จังหวัดตราด)คณะครูในพื้นที่จังหวัดตราดร่วมกันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 1 – 7 เมษายน 2556 ที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งที่ 10 วัดท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด โดยมีครู อาจารย์ ประชาชน และเยาวชน กว่า 60 คนเข้าร่วมโครงการ

อ่านเพิ่มเติม...

 

จังหวัดตราด เดินหน้าจัดโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านพระพุทธศาสนา

จังหวัดตราด เดินหน้าจัดโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านพระพุทธศาสนา นำข้าราชการ ประชาชน เข้าวัดวันธรรมสวนะ 
( 10 ส.ค.55)นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นำข้าราชการประชาชนเข้าร่วมทำบุญ ฟังเทศน์

อ่านเพิ่มเติม...

 

พิธีสมโภชปริญญาบัตร พัดยศ เปรียญธรรม ๙ ประโยคและฉลองเปรียญธรรม ๑-๒ ประโยค ถึงประโยคป.ธ.๗

เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. พิธีมอบทุนการศึกษา และมุทิตาผู้สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค เปรียญธรรม ๑-๒ ประโยค ถึงประโยคป.ธ.๗  ของคณะสงฆ์จังหวัดตราด ประจำปี ๒๕๕๕  ณ ศาลาการเปรียญวัดหนองบัว ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด

อ่านเพิ่มเติม...

 
บทความ อื่นๆ ...
สมเด็จพระสังฆราช
เจ้าคณะจังหวัดตราด (ม)
พระบุรเขตธรรมคณี
เจ้าคณะจังหวัดตราด (ธ)
พระวิมลเมธาจารย์
บวชเฉลิมพระเกียรติฯ ๗๙ รูป
แผนที่วัดในจังหวัดตราด
จัดซื้อจัดจ้าง
การเบิกจ่ายนิตยภัต
Hot line ร้องทุกข์


"วัคซีนต้านทุจริต ปลุกจิตสำนึก คนไทยไม่โกง"
“ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง“
“รวมพลังคนไทยไม่โกง“
ประวัติวัดในจังหวัดตราด
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร